แชมป์มวยโลกชาวไทย วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น ( 5 )

จึงเสมือนเป็นศึกสายเลือดของนักมวยค่ายเดียวกันเองอีกด้วย ซึ่งผลการชก วีระพลเป็นฝ่ายใช้ลีลาหลอกล่อ ดักชกเอาชนะคะแนน 12 ยก ดาวรุ่งไป แม้ในยกที่ 2 จะถูกหมัดของดาวรุ่งชกเอาจนก้นเตี้ย แต่ก็ได้กลายเป็นแชมป์แบนตั้มเวท ของสมาคมมวยโลก (WBA) คนใหม่ และเป็น แชมป์โลกที่มีสถิติการชกมวยน้อยที่สุดเป็นอันดับสองของโลก คือ ชกเพียง 4 ครั้ง ก็ได้แชมป์โลกด้วย (อันดับหนึ่ง คือ แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ ที่ชกเพียง 3 ครั้ง

แชมป์มวยโลกชาวไทย วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น ( 4 )

ชก 4 ครั้งเป็นแชมป์โลก

วีระพลชกมวยสากลครั้งแรก ก็ได้ชิงแชมป์เลย โดยชิงแชมป์เงารุ่น ซูเปอร์ฟลายเวท ของสภามวยโลก (WBC) กับโจเอล จูนิโอ นักมวยชาวฟิลิปปินส์ โดยชนะน็อกในยกที่ 3 ไป จากนั้นวีระพล อุ่นเครื่องอีก 3 ครั้ง ก็ได้ชิงแชมป์โลกของจริงกับนักมวยไทยด้วยกันเอง คือ ดาวรุ่ง เอ็มพีปิโตรเลี่ยม นับเป็นศึกสายเลือดอีกครั้ง โดยมีเดิมพันวางไว้สูงของผู้จัดการทั้งสองฝ่าย และศึกครั้งนี้ สุชาติ พิฐวุฒินันท์ เป็นผู้จัดเอง นอกจากนี้แล้ว ทั้งคู่เมื่อครั้งยังชกมวยไทย เคยมีผู้จัดการคนเดียวกัน คือ “อั้งม้อ” ชูเจริญ ระวีอร่ามวงศ์

ฟุตบอลโลก 2014 (2 )

การคัดเลือกเจ้าภาพ

วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2546 ฟีฟ่าได้ประกาศว่า การแข่งขันฟุตบอลโลกจะจัดขึ้นในทวีปอเมริกาใต้อีกครั้งนับตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลก 1978 ในอาร์เจนตินา เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายที่จะหมุนเวียนสิทธิ์ในการจัดการแข่งขันไปตามสหพันธ์ฟุตบอลต่าง ๆ ต่อมาในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2546 สมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ (คอนเมบอล) ได้แจ้งว่าอาร์เจนตินา บราซิล และโคลอมเบียมีความประสงค์จะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย  และในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2547 คอนเมบอลได้ลงมติเอกฉันท์ให้บราซิลเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้

ฟุตบอลโลก 2014 ( 1 )

เป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศบราซิลระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน–13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นครั้งที่สองที่บราซิลได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันดังกล่าว โดยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2493 ทำให้บราซิลกลายเป็นประเทศที่ 5 ที่เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกสองครั้งต่อจากเม็กซิโก อิตาลี ฝรั่งเศส และเยอรมนี เป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในทวีปอเมริกาใต้นับตั้งแต่ พ.ศ. 2521 ที่ประเทศอาร์เจนตินา เป็นครั้งแรกที่มีจัดการแข่งขันนอกทวีปยุโรปสองครั้งติดต่อกัน และยังเป็นครั้งแรกที่มีจัดการแข่งขันในซีกโลกใต้สองครั้งติดต่อกัน (ก่อนหน้านี้ ฟุตบอลโลก 2010 จัดในประเทศแอฟริกาใต้) นอกจากนี้ ฟีฟ่าก็ได้ใช้

แชมป์มวยโลกชาวไทย เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ (6)

แชมป์โลกคนที่ 6

แต่เมื่อเนตรน้อยได้เป็นแชมป์โลกแล้ว ปรากฏความยุ่งยากเกิดขึ้นเมื่อผู้สนับสนุนรายหนึ่ง มีสัญญาว่าถ้าเนตรน้อยป้องกันแชมป์ชนะไปเรื่อย ๆ เงินรางวัลที่ได้ต้องแบ่งให้ 15 เปอร์เซนต์ทุกครั้ง สัญญาจะสิ้นสุดลงเมื่อเนตรน้อยเสียแชมป์โลกแล้ว เนตรน้อยได้ป้องกันตำแหน่งไว้ได้เดียวครั้งเดียว และเสียแชมป์ให้แก่ ซัง จุน คิม นักมวยชาวเกาหลีใต้ไปอย่างง่ายดาย แค่ยกที่ 3 ที่โซล ประเทศเกาหลีใต้ และไม่มีโอกาสจะได้แก้มืออีกเนื่องจากในสัญญาการชกไม่ได้ระบุเอาไว้ เนตรน้อยต้องใช้เวลาถึง 3 ปี ด้วยกัน จึงจะได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2524

แชมป์มวยโลกชาวไทย เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ (5)

หลุยส์ เอสตาบ้า ป้องกันตำแหน่งแชมป์ไว้ได้ถึง 10 ครั้งแล้ว มีประสบการณ์ รูปร่าง ช่วงชกได้เปรียบเนตรน้อยมากมาย แต่เมื่อได้ชกเข้าจริงแล้ว เนตรน้อยกลับทำได้ดี เกือบจะได้นับเอสตาบ้าหลายครั้ง แต่เมื่อครบ 15 ยกแล้ว กรรมการรวมคะแนนให้เอสตาบ้าชนะไปอย่างค้านสายตาอย่างที่สุด เมื่อกลับมาเนตรน้อยชกอุ่นเครื่องอีกหลายครั้ง จนโอกาสของเนตรน้อยมีอีกในครั้งที่ 2 เมื่อแชมป์เปลี่ยนเป็น เฟร็ดดี้ คัสติญโญ่ และเดินทางมาป้องกันตำแหน่งแชมป์ครั้งแรกกับเนตรน้อย ที่เวทีมวยชั่วคราว สนามกีฬากองทัพบก เมื่อปี พ.ศ. 2521 เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ จึงประสบความสำเร็จได้เป็นแชมป์โลก ด้วยการชนะคะแนนอย่างไม่เป็นเอกฉันท์กับคัสติญโญ่ไป

แชมป์มวยโลกชาวไทย (20) ( โผน กิ่งเพชร )

โผนได้ชกแก้มือกับฮาราด้าอีกครั้งที่กรุงเทพฯ เมื่อ 11 มกราคม พ.ศ. 2506 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้เสด็จมาทอดพระเนตรด้วย การชกครั้งนั้นจัดที่อาคารยิมเนเซียม 1 (อาคารกีฬานิมิบุตรในปัจจุบัน) เป็นศึกชิงแชมป์โลกครั้งที่ 4 ที่จัดในเมืองไทย ในวันนั้นคนดูเข้าซื้อตั๋วที่สนามจนแน่น ตั้งแต่เวลา 17.00 น. และมีคนดูที่ซื้อตั๋วแล้วแต่เข้าสนามไม่ได้อีกมาก  การชกในยกแรก ๆ โผนใช้เชิงชกที่เหนือกว่าและหมัดแย็ป เก็บคะแนนไปเรื่อย ๆ ส่วนฮาราด้ายังบุกตะลุยเข้ามาในแบบเดิม จนโผนเริ่มหมดแรง

แชมป์มวยโลกชาวไทย (19) ( โผน กิ่งเพชร )

ในการชกครั้งต่อ ๆ มา เมื่อโผน กิ่งเพชร เสียตำแหน่งไปก็สามารถชิงกลับมาได้ถึง 3 ครั้ง โดยมีหลายไฟท์ในความทรงจำ เช่น การแก้มือกับ ปาสคาล เปเรซ ที่ลอสแอนเจลิส โดยชนะทีเคโอไปอย่างหายสงสัย และชนะคะแนน “เสือหมัดซ้าย” มิตสุโนริ เซกิ ถึงกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โผนเสียแชมป์สมัยแรกให้กับไฟติ้ง ฮาราด้า นักมวยดาวรุ่งจากญี่ปุ่น ก่อนการชก โผนเป็นฝ่ายได้เปรียบทั้งในด้านประสบการณ์และฝีมือ แต่เมื่อชกกันจริง ปรากฏว่าฮาราด้าใช้ความหนุ่มแน่นบุกตะลุยเข้าชกตั้งแต่ยกแรกจนโผนตั้งตัวไม่ติด อ่อนแรงลงและแพ้น็อคไปในที่สุด

ฟุตบอลโลก 2002 ( 20 )

ผู้ทำประตู

1 ประตู

กาเบรียล บาติสตูต้า    เฮอร์นัน เครสโป

เวสลีย์ ซง    ปีเตอร์ ฟาน เดอร์ เฮย์เดน

โยฮัน วาเล่ม    โรเบอร์โต คาร์ลอส

เอ็ดมิลสัน    โกเมซ จูเนียร์